gototopgototop
Get Adobe Flash player

Statistics/สถิติผู้เยี่ยมชม

สมาชิก : 361
Content : 852
เว็บลิงก์ : 38
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1777279
เรามี 45 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Gallery Image

230315_2106...
Image Detail

เว็บเครือข่ายคริสเตียน

Home Sermon/คำเทศนา คำเทศนาปีใหม่ "เวลา..."



วันเวลาในพระหัตถ์ของพระเจ้า”

 สดุดี 31:14-24

คำนำ สวัสดีปีใหม่สำหรับทุกท่าน เราขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงนำเราตลอดปีเก่าที่ผ่านมา.....

วันเวลาในพระหัตถ์ของพระเจ้า

 

สดุดี 31:14-24

คำนำ สวัสดีปีใหม่สำหรับทุกท่าน เราขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงนำเราตลอดปีเก่าที่ผ่านมา.....ซึ่งบางคนอาจจะเผลอ จะผิด  จะพลาด จะพลั้ง  แต่เราก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ในปีใหม่นี้เราทุกคนต่างก็มีความฝันสำหรับตัวเอง  บางคนตั้งใจว่า จะรักคนอื่นมากขึ้น จะทำสิ่งดีๆมากขึ้น  จะทำอย่างโน้นอย่างนี้  ก็ดีที่เราอย่างน้อยเรายังคิดได้และตั้งใจ  แต่ก็อยากให้เราเข้าใจว่า สิ่งที่เราวาดเราฝันเราใฝ่นั้นอาจจะไม่เป็นไปอย่างที่เราตั้งใจ เพราะว่าเรากำหนดชีวิตของเราเองไม่ได้ เพราะพระคัมภีร์กล่าวว่า “วันเวลาของข้าพระองค์อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์” (สดด31:15 )

1.     ผู้เขียนสดุดีเมื่อรู้และแน่ใจว่าวันเวลาอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า จึงอธิษฐานว่า “ข้าแต่พระเจ้าข้าพระองค์วางใจในพระองค์”

ก.      มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่เราจะเชื่อวางใจใครสักคนหนึ่ง  คนนั้นต้องมีเครดิตดีพอที่จะทำให้เราวางใจได้  เรื่องเชื่อวางใจเป็นเรื่องใหญ่มาก ใหญ่ระดับประเทศ ถึงระดับโลกทีเดียว  ถ้าสส.ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลก้อยู่ไม่ได้  ถ้าคนต่างชาติไม่ไว้วางใจในความปลอดภัยของประเทศไทยก้จะไม่มีใครมาเที่ยว   ถ้าไม่วางใจในความมั่นคงทางเศรษฐกิจหุ้นตกหมด แต่ละประเทศถ้าขาดความไว้วางใจกันก็เกิดสงคราม...เหตุฉะนั้นการไว้วางใจจึงสำคัญมาก

ข.      แต่จะไว้วางใจใครนั้นสำคัญกว่า...เราท่องหลักข้อเชื่อเสมอว่า “ข้าพเจ้าเชื่อวางใจในพระเจ้า” แสดงว่า เรายอมรับว่าพระเจ้านั้นเป็นผู้ที่เชื่อถือได้  วางใจได้ พระเจ้ายิ่งใหญ่พอที่คนทั้งโลกไว้วางใจและมอบถวายชีวิตกับพระองค์  บางคนยอมตายเพื่อพระนามของพระองค์....ชีวิตมีที่พึ่งที่หวัง มีที่ยึดมั่น มีเป้าหมายชีวิตแน่นอน.......แต่คนที่ไม่เชื่อวางใจเป็นเหมือนเรือที่ขาดหางเสือ...เป็นเหมือนรถที่ไม่มีพวงมาลัยควบคุม..                                                                 

2.     เมื่อเชื่อวางใจในพระเจ้าแล้ว..ทำอย่างไรผู้เขียนสดุดีทูลขอต่อพระเจ้าด้วยความเชื่อ  (ขอให้เป็นท่าทีของเราในปี่ใหม่นี้ด้วย)

 2.1   ขอให้พ้นจากศัตรูผู้ข่มเหง...ข้อ 15 ข  เพราะมันเป็นตัวกวนใจเรา ทำให้เราอยู่ไม่เป็นสุข แม้จะมีเงินกี่แสนกี่ล้านมีตำแหน่งใหญ่โต ก็ไม่มีความสุข เพราะต้องคอยระวัง ไปไหนต้องใส่เสื้อเกราะกันกระสุน

   พระเยซูสอนเราอธิษฐานว่าอย่างไร?..”ขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปสู่การทดลอง แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย  มีหลายคนที่มีความประมาทในชีวิตทั้งๆที่ตัวเองอยู่ในระหว่างฃสิ่งชั่วร้าย  อยู่ระหว่างการทดลอง กลับปล่อยตัวปล่อยใจตามกระแสของโลก..ระวังให้ดี...เราจะไปเฝ้าพระเจ้าในลักษณะไหน?....เจ้าเป็นอะไรตาย?.....เมาเหล้าขับรถชนเสาไฟ..หัวใจวายที่โรงแรมม่านรูด  ถูกยิงคาบ่อน  ฯลฯเราจะเผชิญหน้ากับพระเจ้าได้อย่างไร....ถ้าเรากำลังอธิษฐาน  ประกาศ เทศนา ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า..โอ้ขอบคุณพระเจ้า ระวังอย่าประมาท..ในปีใหม่เราส่ง ส.ค.ส.      (  ความสุขใส่ซอง) แก่กันและกัน แต่พระคัมภีร์บอกว่า ความสุขไม่ได้อยู่ที่ส.ค.ส. ใน สดด 1 ความสุขเป็นของบุคคลที่ไม่ยืน ไม่เดิน ไม่นั่งในทางของคนชั่ว  แต่ความปิติยินดีของผู้นั่นอยู่ในพระธรรมของพระเจ้า เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ทั้งกลางวันกลางคืน เขาเป็นเหมือต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ ใบก็ไม่รู้เหี่ยวแห่ง แต่เกิดผลในทุกฤดูกาล”

2.2  ขอให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงบนผู้รับใช้ของพระองค์ ข้อ 16

       หมายความว่าอย่างไร?..ขอให้หน้าของพระเจ้าปรากฏอยู่บนหน้าของเรา นั่นก็คือ ให้คนอื่นเห็นพระเยซูคริสต์ในชีวิตของเรา  เมื่อเขาเห็นการดีที่เราทำ เขาก็จะได้สรรเสริญพระเจ้าพระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์......นั่นหมายความว่า พระเจ้าจะต้องเป็นใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา  ตัวเราเล็กนิดเดียว  เราต้องไม่โอ้อวดตัวเอง เราต้องโอ้อวดพระเจ้า........เราจะไม่อยู่เพื่อให้ตัวเองสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่อยู่เพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จในชีวิตของเรา...ในปีใหม่นี้ข้าพเจ้าอธิษฐาน ขอให้พระเจ้าใช้ข้าพเจ้า..และให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จผ่านชีวิตของข้าพเจ้า..ข้าพเจ้าไม่คิดว่าจะได้รับอะไร...ตัวจะเป็นอย่างไร...สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตข้าพเจ้าคือ วันหนึ่งที่พระเจ้าบอกว่า “สมชิดเอ่ยเราไม่ใช้เจ้าแล้ว......เจ้าไม่คู่ควรกับเรา”

2.3   ขออย่าให้ได้อาย เพราะคนอธรรมที่ปองร้าย  ข้อ 17-18 ที่มุสาหลอกลวง

ผู้เขียนสดุดีก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเราอธิษฐานว่า

**ขอให้คนชั่วได้อาย (17) 

**ขอให้เขาเงียบเสียงไปยังแดนผู้ตาย(ขอให้เขาเข้าป่าเห้ว)..

            คนชั่ว  คนไม่ดีอยู่ที่ไหนก็เดือดร้อน.....เวลาเราทำดี สำเร็จมีผลงาน เขาก็อิจฉา  พอเราล้มเหลว  ผิดพลาดก็ดูถูก ประนามหยามเหยียด..คนเช่นนี้ขอให้ไปไกลๆ...ถ้าไปไม่ได้ก็ขอพระเจ้าช่วยเราที่จะรักคนไม่น่ารักอย่างนี้  หรือขอพระเจ้าที่จะช่วยเราให้มีความอดทนกับคนประเภทนี้

3.     เราจะมีจุดยืนในในการดำเนินชีวิตในปีใหม่นี้อย่างไร ?..ผู้เขียนสดุดีได้ท้าชวน  เรา 2 ประการคือ

3.1   จงรักพระเจ้า......”ท่านธรรมิกชนเอ๋ย..” คือใคร? ก็คือ เราเอง  เราเป็น ธรรมิกชน คือผู้ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้แล้วด้วยพระโลหิตของพระเยซู

** จงรักพระเจ้า..ผู้ทรงพิทักษ์รักษาคนสัตย์ซื่อไว้  พระเจ้าผู้ทรงสนองตอบคนที่หยิ่งอหังการ์  คราวที่อิสราเอลอพยพออกจากอียิปต์สู่แผ่นดินแห่งคำสัญญานั้น โมเสสได้สั่งประชุมอิสราเอลก่อนเข้าไปแผ่นดินใหม่ว่า พวกท่านจงรักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจสุดกำลังและสิ้นสุดความคิดของเจ้า.... *คนเราทุกวันชอบสอนลูกหลานรักการเรียน รักสิ่งอื่นมากกว่ารักพระเจ้า..ให้ลูกไปเรียนพิเศษไปทำกิจกรรมก่อนถ้ามีเวลาค่อยมาโบสถ์...คนรักเราทำอย่างนี้เรายังจะเชื่อน้ำหน้าเขาอยู่หรือเปล่า...*คนเราทุกวันนี้รักความสนุกสนานมากกว่ารักพระเจ้า......แต่คริสเตียนต้องรักพระเจ้ามากกว่าความสนุกสนาน...อาเมนไหม...  เราจะรักพระเจ้าพร้อมกับความสนุกสนานไม่ได้...ไม่มีใครเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนายได้...สายตาเรายังมีโฟกัสเดียว...เราต้องมีโฟกัสชีวิตเดียวคือ พระเจ้า  รักพระเจ้าด้วย 4 สุด คือ สุดจิต สุด สุดกำลัง สุดความคิด...พระเยซูถามเปโตร 3 ครั้งว่าเจ้ารักเราหรือ..เจ้ารักเรามากกว่าเหล่านี้หรือ เจ้ารักเราหรือ  เราจะต้องรักพระเจ้า 100% รักพระเจ้า 99.99% ไม่ได้ เราจะแต่งงานกับคนที่รักเราไม่ถึง 100 % ได้หรือไม่?..รักไม่เต็มบาท  พระเจ้ารักเรามากกว่า 100% จนยอมพลีชิตเพื่อไถ่เราที่กางเขนนั้น

    ***  อะไรล่ะที่แสดงว่า เรารักพระเจ้า

 1)     ยอห์น 14:23  “ถ้าผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะประพฤติตามบัญญัติของเรา..คือ พระคำของพระเจ้า......ไม่ใช่เฉพาะวันอาทิตย์แต่ทุกวัน

2)    1 ยอห์น 4:20-21 “ถ้าผู้ใดว่าข้าพเจ้ารักพระเจ้า  แต่ใจยัง

เกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว  จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้....1ยน 3:17   “ถ้าผู้ใดมีทรัพย์สมบัติในโลกนี้และเห็นพี่น้องของตนขัดสน แล้วยังใจจืดใจดำไม่สงเคราะห์เขา  ความรักของพระเจ้าจะดำรงอยู่ในผู้นั้นอย่างไรได้..   หมายความว่า ความรักต่อพระเจ้าต้องสำแดงออกโดยการรักพี่น้อง...เรารักพระเจ้า 100% ก็หมายถึงว่าเรารักพี่น้อง 100 % ด้วย...ขอให้ปีใหม่นี้เราอย่าได้คาดหวังว่าเราจะได้รับอะไรจากคนอื่น  แต่ให้เราตั้งเป้าหมายว่าเราจะให้อะไร..เพราะพระเยซูตรัสว่า “การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ”...และซึ่งท่านได้กระทำต่อผู้หนึ่งผู้ใดแม้จะต่ำต้อยเพียงไรก็เหมือนกระทำต่อเราด้วย”

3.2   จงเข้มแข็งและให้ใจของท่านกล้าหาญเถิด.รักพระเจ้าแล้วต้องเข้มแข็งอดทน

อย่าใจเสาะง่ายๆ...สำหรับบางคนคำเมืองว่า “เรื่องลาบเรื่องหลู้ฮาสู้บ่ถอย...เรื่องตี๋เรื่องต่อยฮาถอยบ่สู้”  อย่าเป็นคนท้อใจอะไรง่ายๆ  ** การทำงานหนักเป็นดอกไม้แห่งชีวิต....งานหนักไม่ได้ฆ่าคนตาย**ถ้าเราไม่ท้อใจแล้วเราก็จะเกี่ยวเก็บผลในเวลาอันสมควร เมื่อโมเสสิ้นชีวิตแล้ว..พระเจ้าสั่งโยชูว่าว่า “จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด”   เราจะต้องหนักแน่นมากกว่าหนักใจ...อย่าทำในสิ่งที่ถูกใจแต่ทำในสิ่งที่ถุกต้อง(ตามน้ำพระทัยของพระเจ้า...ให้เราเชื่อและมั่นใจว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเราเสมอ...จงสู้ จงเข้มแข็งในองค์พระผู้เป็นเจ้า

บทส่งท้าย

           ท่านที่รักเราไม่รู้ว่าอะไรรอเราอยู่ในเบื้องหน้า ปี 2010 นี้ ขอให้เรามีท่าทีดังพระวจนะของพระเจ้าที่มาถึงเราวันนี้...เราจะเผชิญด้วยความไว้วางใจในพระเจ้า.....และเราจะอธิษฐานบอกกับพระองค์ ว่า  “พระองค์เจ้าข้า  ข้าพระองค์วางใจในพระองค์...”       อิสยาห์ 12:2 

(โดย.ศจ.สมชิด หัวนา ศบ.คจ.พันธกิจไทยเกาหลี จ.ลำพูน)